ลมทะเลพัดเอื่อยๆ ลูบไล้ผิวเนียนของหญิงสาว ดวงตาคมเข้มสองข้างจับจ้องไปยังท้องฟ้าที่ประดับประดาไปด้วยเมฆขาว แต่สิ่งที่เธอให้ความสนใจกลับเป็นเสียงโต้ตอบภาษาอังกฤษที่ดังเจื้อยแจ้วมา จากห้องเรียนเบื้องหน้า

ก่อนที่เสียงสนทนาเหล่านั้นจะชะงักไป ทันทีที่เสียงกริ่งบอกเวลาดังขึ้น

เธอกระชับกระเป๋ากีตาร์สะพายหลัง ก่อนชักสายตากลับมาจากท้องนภา เตรียมตัวเพื่อที่จะเข้าสอนวิชาถัดไป

ประหม่าไหม...?

ประหม่า แต่ก็เหมือนกับไม่ประหม่า ทั้งๆที่ร่างกายมันร่ำร้องบ่งบอกถึงความกังวล แต่ใจในอกกลับสงบนิ่ง

"คุณครูใหม่สินะครับ"เสียงนุ่มทุ้มโพล่งถามขึ้น โดยชายหนุ่มมาดขรึมที่เพิ่งพาร่างโปร่งก้าวข้ามธรณีประตูออกมา

"ค่ะ"เธอกล่าวตอบด้วยใบหน้าเจือรอยยิ้ม

"เด็กๆนั่งรออยู่ในห้องนะครับ ผมคิดว่าทาง ผอ. คงแจ้งรายละเอียดการทดลองสอนครั้งนี้แก่คุณแล้ว"เขาพูดพลางเว้นช่วงรอคำตอบ

เธอพยักหน้าเบาๆ พลางใช้มือที่ชุ่มเหงื่อกระตุกสายกระเป๋าให้กระชับยิ่งขึ้น

"ยังไงก็พยายามเข้านะครับ"เขาพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ก่อนถอนหายใจเบาๆ

"ไม่ต้องประหม่าหรอกครับ ทำให้เต็มที่ก็พอ" ครูหนุ่มประจำวิชาภาษาอังกฤษพูดทิ้งท้าย ก่อนจะเดินจากไป

...และสะดุดขาตัวเองหกล้ม หลังจากก้าวไปไม่ถึงห้าก้าว

ใบหน้าคมเข้มของครูหนุ่มขึ้นสีเลือดฝาดจนเห็นได้ชัด แม้ท่าทีของเขาจะคงนิ่งสงบอยู่ แต่ก็ไม่อาจปกปิดความเขินอายนี้ได้

ถึงแม้รู้ว่าไม่ควร แต่เมย์ก็อดอมยิ้มไม่ได้ กับภาพครูหนุ่มที่ก้าวจากไปพร้อมกับใบหน้าแดงจัด ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วก้าวผ่านประตูเบื้องหน้าไปอย่างไม่ลังเล

 

 

ห้องเรียนชั้นม.4/1 ก็ไม่ได้แตกต่างกับที่เธอคิดไว้ซักเท่าไร ถึงแม้ว่าจำนวนนักเรียนจะบางตาไปเสียหน่อยก็ตามที แต่ภาพรวมแล้วก็ไม่ได้ต่างกับชั้นเรียนทั่วๆไปเลยแม้แต่น้อย

ความเงียบที่ปกคลุมห้อง และนัยน์ตาหลายสิบคู่ที่กำลังจ้องมาที่เธอ ทำเอาเหงื่อกาฬเริ่มหลั่งจนชุ่มแผ่นหลังและฝ่ามือ ฉันบ้าไปแล้วแน่ๆ แค่ทดลองสอนกลับกลัวเสียยังกับว่านี่คือสนามรบ

คิดพลาง สองขาพาร่างโปร่งเดินตรงมาที่หน้าห้องอย่างรู้ความ เสียงหัวใจเต้นระรัวดังเสียจนในหัวว่างเปล่า มือไม้สั่นเสียจนน่ากลัว

"คุณครูสอนวิชาดนตรีเหรอคะ"สาวน้อยร่างเล็กผู้ดูราวกับหลุดออกมาจากนิตยสาร ญี่ปุ่นหน้าห้องโพล่งถามขึ้นเสียงใส ทำเอาใจที่เคยเต้นระรัวของคนหน้าห้องแทบหยุดชะงักด้วยความตกใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก

"เปล่าจ้ะ ครูสอนภาษาเยอรมัน"

"เอ๋!?!"

จะว่าไปมันก็ไม่น่ากลัวขนาดนั้นนี่นา ฮ่าๆๆ เรานี่ก็กลัวไปได้ ตั้งใจสอนให้เต็มที่เถอะ

"ว่าแต่ เธอชื่ออะไรล่ะ"หญิงสาวถามขึ้น พลางลากเก้าอี้มาหน้าห้อง รอยกังวลในแววตาเริ่มบางลงจนแทบไม่เหลือ ทิ้งไว้เพียงแต่รอยยิ้ม และแววตาท้าทายแบบปกติเท่านั้น

"ชัญญา บาร์เรร่าค่ะ"เด็กหญิงร่างเล็กสะดุ้งตอบ

"งั้นชัญญาช่วยเอาชีทไปแจกให้ครูทีสิ จะแบ่งให้เพื่อนช่วยแจกก็ได้นะ"

"หนูเหรอคะ"เด็กสาวอุทานด้วยความงุนงง พลางมองหน้าเจ้าของ สลับกับกองชีทไปมา บนใบหน้าฉายแววงุนงงและลนลานอยู่ไม่น้อย

 

"ขอบใจจ้ะ น้องชัญญา"เธอกล่าวขอบคุณ ทันทีที่เด็กหญิงกลับมานั่งที่ ก่อนจะเอ่ยอธิบายเนื้อหา

"ชีทที่ครูแจกไปน่ะ เป็นเนื้อเพลง Where have all the flower gone แบบภาษาอังกฤษ และเยอรมัน อย่าเพิ่งตกใจไปล่ะ เจอกันครั้งแรกทั้งทีครูเองก็ไม่อยากจะเอาเนื้อหามาพูดถึงหรอก"

"วันนี้เราแค่มาทำความรู้จักกันก็พอ ทั้งครู ทั้งเธอ และภาษาเยอรมัน"

สิ้นคำพูดของว่าที่ครูสาว ความเงียบก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงระงมจอแจ เสียงพลิกหน้ากระดาษไปมา หรือแม้กระทั่งเสียงของคนที่พยายามอ่านภาษาเยอรมันในเอกสาร

"ชื่อภาษาเยอรมันของเพลงคือ Sag mir wo die blumen sind (ซาก เมียร์ โว ดิ บลูเมน ซินด์)"หญิงสาวโพล่งขึ้น "ใครมีอะไรจะถามมั้ย"

"คุณครูคะ หนูขออนุญาตถามอะไรหน่อยได้มั้ยคะ"สาวน้อยเจ้าของผมเปียสองข้างเอ่ยขึ้น พร้อมยกมือแทนการขออนุญาต

"หืม ว่าไงล่ะ"เมย์ตอบกลับ ก่อนเผยรอยยิ้มอ่อนโยนระคนเอ็นดูกับเด็กสาวเบื้องหน้า

"ภาษาเยอรมันอ่านเหมือนภาษาอังกฤษเลยเหรอคะ คือหนูนึกว่าจะอ่านแบบภาษาฝรั่งเศสซะอีก" เธอกล่าวถามเสียงใส พร้อมลุกขึ้นยืนตามมารยาท

"แค่คล้ายๆหรอกจ้ะ อาจจะเพราะรากศัพท์มาจากภาษาเดียวกัน หรือเหตุผลอะไร ครูก็ยังไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่"

"แปลว่าถ้าเก่งภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมันก็คงไม่ยากเท่าไหร่ใช่มั้ยคะ" เด็กหญิงถามต่อ

"อืม จะว่างั้นก็ได้นะ แต่ภาษาอังกฤษเองก็มีส่วนที่ยากกว่าเยอรมัน เยอรมัน ก็มีส่วนที่ยากกกว่าอังกฤษ แต่ถ้าตั้งใจ มันก็ไม่ยากหรอก"

"เธอชื่ออะไรล่ะ" หญิงสาวถามกลับทันทีที่อธิบายจบ

"ลัลน์ลิตา อัครวิเศษสกุลค่ะ"เด็กหญิงกล่าวตอบ

"อืม ลัลน์ลิตา จะลองอ่านดูมั้ยล่ะ"

"เอ๋ อ่านเหรอคะ แต่..."

"ไม่ยากหรอกน่ะ อ่านเหมือนภาษาอังกฤษนั่นแหละจ้ะ ลองดูสักหน่อยก็คงไม่เสียหายใช่มั้ย"

"ค่ะ คุณครู"เธอพูดอย่างแข็งขัน พร้อมแย้มยิ้ม ที่ราวกับจะทำให้โลกทั้งใบสดใสขึ้นเป็นกอง

"ซาก เมีย โว ดิ บลูเมน ซิน (Sag mir wo die Blumen sind)"เด็กหญิงอ่านวรรคแรกเสียงใส แม้จะฟังดูตะกุกตะกักไปบ้าง หญิงสาวพยักหน้าเบาๆเป็นเชิงว่าอ่านถูก

"โว ซิน ซ...ซี เกบลีเบน(wo sind sie geblieben)"เด็กหญิงอ่านวรรคถัดมา พร้อมขมวดสองคิ้วเข้าหากัน ก่อนเงยหน้ามองครูผู้สอน สองตาแฝงไว้ด้วยแววขอความช่วยเหลือ

หญิงสาวพยักหน้าเบาๆ เรียกรอยยิ้มร่าเริงจากเด็กสาว แววตากลับเปลี่ยนเป็นฉายแววสนุกสนาน

"ซาก เมีย โว ดิ บลูเมน ซิน วาส อิสท์ เกซะเชเฮน (Sag mir wo die Blumen sind, was ist geschehen?)" เธออ่านต่อด้วยท่าทีที่มั่นใจกว่าเดิม ก่อนจะสะดุดที่คำสุดท้ายของประโยค

หญิงสาวส่ายหน้าเบาๆ "ลัลน์ลิตาลองอ่านคำสุดท้ายของวรรคดูอีกทีสิจ้ะ"

"เกซะเคเฮน รึเปล่าคะ"เด็กหญิงถามกลับ พลางเอียงคอด้วยท่าทีหน้าเอ็นดู

ว่าที่ครูสาวส่ายหน้าอีกครั้ง ก่อนจะอ่าน "วัส อิสท์ เกเชเฮน"

ในสองแววตาของเด็กหญิงฉายแววงุนงงยิ่งกว่าเดิม แต่ก่อนที่เธอจะทันได้อ้าปากถาม ผู้สูงวัยกว่าก็เอ่ยขึ้นมา

"S-C-H ในภาษาเยอรมันจะอ่านรวบเป็นเสียง ชอ จ้ะ"

"อ๋อ ค่ะ"เด็กหญิงรับคำด้วยรอยยิ้ม

ครูสาวยิ้มรับ ก่อนสะบัดมือเป็นเชิงว่านั่งลงได้

"ครูจะร้องให้ฟังก่อนรอบนึงนะ แล้วพวกเธอค่อยร้องตาม"

เธอกล่าวพลางหยิบกีต้าร์โปร่งตัวเก่งออกมาจากกระเป๋า ก่อนจรดนิ้วมือซ้ายลงบนสาย แล้วใช้มือขวาบรรเลง ตามที่ซ้อมมา

เสียงกีต้าร์ที่ดังขึ้นเรียกความสนใจของทุกคนในห้องให้มุ่งตรงมาที่จุดเดียว ก่อนที่หญิงสาวจะเริ่มเอื้อนร้องออกมา

"Sag mir wo die Blumen sind, wo sind sie geblieben......"

เธอร้องพลางกวาดนัยน์ตามองนักเรียนในห้องตามลำดับ

ลัลน์ลิตาทำตาโต ก่อนที่จะคลอเพลงตามช้าๆด้วยรอยยิ้ม เหมือนกับชัญญาที่คลอได้ไพเราะน่าฟัง เด็กหลายๆคนก็ดูท่าจะสนใจกับเสียงเพลงอยู่ไม่น้อย แม้บางส่วนจะมีสีหน้าเบื่อหน่ายและไม่ใส่ใจก็ตามที

สองหูพลันรับรู้ถึงเสียงเคาะโต๊ะเบาๆที่เป็นจังหวะเดียวกับเสียงกีต้าร์ สองตาพลันอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเด็กหนุ่มหุ่นนักกีฬาต้นเสียง

...ท่าทางคงเล่นดนตรีสินะ หญิงสาวคิด ก่อนแย้มยิ้มราวกับพบพานเรื่องหน้าสนใจ

หญิงสาวบรรจงดีดโน๊ตตัวสุดท้าย ก่อนตามมาด้วยเสียงปรบมือเกรียวกราวจากนักเรียน

"ทีนี้ก็ถึงตาพวกเธอแล้ว ไหนมีใครสนใจมาเป็นต้นเสียงรึเปล่า"

สิ้นคำพูดห้องทั้งห้องพลันเงียบกริบลง มีบางคนที่กระเซ้า แหย่ให้เพื่อนข้างๆเสนอตัว

เธอกวาดสายตามองรอบๆห้องอีกครั้งก่อนนั้ยน์ตาสีสนิมทั้งสองข้างจะเผลอไปสบเข้ากับดวงตาโตสีน้ำตาลที่ดูแสนจะดุคู่หนึ่ง พลันต้องเผยอรอยยิ้มออกมาอีกครา

เสียงคลออย่างตั้งใจของเจ้าของดวงตาคู่นั้นยังติดหูเธอ แม้ว่าจะมีผิดหรือเพี้ยนไปบ้างในบางท่อน แต่ในห้วงเสียงของเธอก็ฉายประกายอย่างแรงกล้า

หญิงสาวจ้องลึกเข้าไปในดวงตา พลางส่งยิ้มให้ ทำเอาร่างบางสะดุ้งตัวราวกับรับรู้ถึงประสงค์ที่ไม่แน่ว่าอาจจะไม่ดีต่อตัวเธอจากหญิงสาวผู้สูงวัยกว่า

"แม่สาวผมบ๊อบที่นั่งใกล้ประตูคนนั้นน่ะ"เมย์ขานขึ้น เป็นสัญญาณให้เด็กสาวต้องผลุดลุกจากเก้าอี้

"สนใจมาเป็นต้นเสียงมั้ย"

สิ้นคำถามดูเจ้าตัวจะสะดุ้งไม่เบา ก่อนสองตากลับมาทอประกายดุกร้าวดังเดิม พร้อมอ้าปากเตรียมจะปฏิเสธ

"เสียงเราน่ะดูมีพลังจะตาย มาเถอะ ถ้ากลัวพลาดยังไงเดี๋ยวครูช่วยร้องก็ได้"หญิงสาวโพล่งขึ้นด้วยสีหน้าเป็นมิตร ถ้อยคำชมซึ่งๆหน้าทำเอาสีแดงอ่อนๆเริ่มลามไปตามใบหน้าของเด็กสาว ในสองตาฉายแววลังเลอย่างเห็นได้ชัด

"ค่ะ"เธอตอบเสียงกร้าว



เมย์จรดนิ้วตามสายอีกครั้ง ก่อนหันไปทางต้นเสียงี่ยืนหน้าเครียดอยู่ไม่ไกล

"พร้อมนะ เอ่อ..."

"ปันรัก พันธนศิลป์ค่ะ"เธอตอบกระชากเสียง

"อืม พร้อมนะ ปันรัก"หญิงสาวถามย้ำอีกครั้ง

เมย์เริ่มบรรเลงโดยไม่รอคำตอบของอีกฝ่าย การบรรเลงในครานี้กลับเรียกความสนใจได้มากกว่าเดิม เสียงหัวเราะที่คลอมากับเพลง และรอยยิ้มของนักเรียนทำให้ว่าที่เธอได้รู้รสของการเป็นครูครั้งแรก

.....นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว

เสียงตัวโน้ตตัวสุดท้ายจบลง คลอกับเสียงหัวเราะของใครหลายๆคน

เธอเห็นรอยยิ้มอันสดใสของลัลน์ลิตา เสียงหัวเราะเบาๆของชัญญา แววตาที่ราวกับพบเจอเรื่องสนุกของเด็กหนุ่มเจ้าของเสียงเคาะโต๊ะ และ แววตาแห่งความภาคภูมิใจของปันรัก

.....คุ้มแล้วล่ะที่ได้ลอง




เมย์เหลือบตามองนาฬิกาข้อมือพลางเก็บกีต้าร์เข้ากระเป๋า ก่อนเอ่ยประกาศ "ใครมีคำถามอะไรจะถามครูอีกมั้ย จะเกี่ยวกับเพลง เยอรมัน หรือครูก็ได้"

"หนูมีค่ะคุณครู"เสียงใสโพล่งขึ้นจากเด็กสาวร่างบางเจ้าของทรงผมทวินเทล ผู้นั่งติดกับลัลน์ลิตา

เมย์พยักหน้าแทนคำตอบ

"ที่เยอรมันนี่ มีขนมอะไรที่อร่อยๆหรือพอจะเป็นที่รู้จักบ้างมั้ยคะ"ร่างบางกล่าวเจื้อยแจ้ว

"ถ้าที่พอจะรู้จักกันไปทั่ว ก็คงเป็น เค้กแบล๊คฟอร์เรส ล่ะมั้ง ส่วนที่อร่อยๆครูว่ามันก็มีเยอะอยู่" เธอตอบอย่างครุ่นคิด

"แล้วคุณครูพอจะมีสูตร หรือวิธีทำคร่าวๆมั้ยคะ"เด็กหญิงถามต่อ สิ้นคำถามของเธอ ห้องทั้งห้องพลันเงียบกริบลง พร้อมกับใครหลายๆคนที่เริ่มจะมีสีหน้าไม่สู้ดี

"หืม ก็มีนะ เอาเป็นว่าถ้าครูได้เข้ามาสอนเมื่อไหร่ เธอลองมาขอดูอีกทีละกัน"

"ค่ะ"เธอตอบด้วยรอยยิ้มว่าง่าย ราวกับเด็กๆ

"ใครสงสัยอะไรอีกรึเปล่าล่ะ"หญิงสาวถามพลางก้มมองนาฬิกา

"คุณครูเปิดวิชาเลือกด้วยรึเปล่าคะ"ลัลน์ลิตายกมือถามเสียงหวาน

"ถ้าตามที่ครูทราบมาก็คงจะเปิดล่ะ จริงด้วยสิ ถ้าใครเกิดสนใจก็เก็บไว้เป็นตัวเลือกอีกซักตัวละกัน"

หญิงสาวก้มมองนาฬิกาอีกครั้ง "เอาล่ะ คำถามสุดท้ายแล้ว ใครสงสัยอะไรอีกรึเปล่า"

ปันรักถอนหายใจเบาๆ ก่อนยกมือขึ้น แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆที่ทำเอาเมย์ต้องสะดุ้ง

"คุณครูยังไม่ได้แนะนำตัวค่ะ"

...แนะนำตัว จริงๆด้วย

"เอ่อ ครูชื่อเสาวคนธ์ เลิศประเสริฐทรัพย์ จะเรียกครูเมย์ก็ได้นะ"แนะนำตัวพลางหัวเราะแห้งๆกลบเกลื่อน

"เอ่อ ถ้ายังไง ครูก็ขอฝากตัวด้วยละกัน แล้วถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ก็พบกันตอนเปิดเทอมหน้าล่ะ"

เมย์กล่าว ก่อนเดินออกจากห้องด้วยใบหน้าแดงซ่าน

ปล่อยไก่อีกแล้วนะ ไอ้เมย์



-------- part I  end--------

นักเรียนที่มีบท

-น้องโชโกะ

-น้องนายน์

-นายตรอง (กล่าวถึง)

-น้องน้ำตาล

-น้องรัม

 

แก้ใหม่ในช่วงการสอนเกือบจะทั้งหมดค่ะ แต่ยังคงรักษาแนวหลักไว้อยู่ ต้องขอโทษที่แก้ช้านะคะ และขอขอบคุณทุกท่านที่เข้าตรวจด้วยค่ะ (/โค้งงามๆ)

PS.

***Linkเพลง Where have all the flower gone ใน Youtube ค่ะ

***Linkเนื้อเพลง

***Linkเพลง Sagt mir wo die blumen sind ใน Youtube (ภาษาเยอรมัน)

***Linkเนื้อเพลง

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

โอเคค่ะ ส่วนของน้ำตาลผ่านฉลุย ค่ะ

แก้ไขใหม่แล้วอ่านเพลินดีจังเลย big smile

#13 By Adeya on 2010-05-29 22:37

อ่า ผู้ปกครองน้องรัมค่า ขอโทษนะคะที่มาช้ามากกก เอ่อ
*มองซ้ายมองขวา

ขอบคุณนะคะที่หนีบรัมมาเล่น แล้วก็เอาประเด็นเรื่องร้องเพลงมาด้วย ซึ่งถ้าเทียบตามลำดับเวลา รัมก็น่าจะพัฒนาการร้องเพลงขึ้นได้เยอะแล้ว :)

โดยส่วนตัวอ่านแล้วรู้สึกว่าโอเคนะคะ

แต่ว่าในเรื่องของตัวรัม อันนี้อาจจะเป็นความเอาแต่ใจของผปค.หน่อย (มาก็ช้า แง้) แต่ว่าอยากให้ช่วยเพิ่มอาการตึงเครียดของรัมมากขึ้นจะได้ไหมคะ? เพราะว่าแม้รัมจะสามารถร้องเพลงได้ดีขึ้นจากเดิมมากแล้ว แต่เขาไม่น่าจะก้าวออกไปร้องเพลงหน้าห้องได้ง่ายๆ โดยปราศจากความกังวล คงต้องให้แรงกระตุ้นเพิ่มอีกนิดน่ะค่ะ

อ้อ อีกอย่าง พอร้องจบนอกจากจะภูมิใจแล้ว อาจจะประหลาดใจที่ตัวเองร้องได้ดี แล้วก็น่าจะเขินมากๆที่เผลอร้องซะเต็มที่ด้วยล่ะค่ะ (ฮา)

น่าเสียดายจังเลยที่ยัยรัมเรียนศิลป์ญี่ปุ่น แต่คิดว่าน่าจะมีเรื่องมาผูกด้วยกันได้แน่ๆ

สู้ๆนะคะ~ :)

แม่น้องรัม

#12 By ปันรัก on 2010-05-25 21:18

แวะมาเช็คแล้วนะคะ เขียนได้ละเอียดดีขึ้นมากเลยล่ะค่ะ ขอปรบมือให้กับความพยายามนะคะ เท่าที่อ่านดู เ่ล่นกับนักเรียนได้ลึกขึ้น ขอตามตัวผปค.นักเรียนมายืนยันความถูกต้องของคาแรคเตอร์ ถ้าไม่มีอะไรผิดต้องแก้ไขขั้นตอนนี้ก็น่าจะผ่านได้ ไม่มีปัญหาอะไรล่ะค่ะ

คำพิมพ์ผิดเล็กน้อย

หน้าสนใจ >> น่าสนใจ

#11 By irindel on 2010-05-22 02:44

-------------------------------

คั่นหลังจากแก้ใหม่

#10 By _SoEl_ on 2010-05-15 20:25

มาสอดส่องสักหน่อย

ไม่แน่ใจว่าได้แก้ไขในเรื่องความลึกของตัวละครหรือยังครับ เห็นเว้นไปสักสองเดือนแล้วยังดูนิ่งๆอยู่ กลัวเดี๋ยวจะลืมนะครับ เพราะเชื่อว่าคนตรวจยังรอดูการแก้ไขอยู่ครับ

จริงๆไม่อยากจะแตะเรื่องนี้ แต่ก็อยากช่วยตามทักคนที่เว้นไปนานๆน่ะครับ เท่าที่จะเตือนได้sad smile

#9 By โคค่อน on 2010-05-13 01:07

อ้อ ลืมไป
ขอให้โชคดีนะคะ สู้ๆ สู้ตาย! confused smile

#8 By ๐Nine๐ on 2010-02-27 02:51

ว้าววว
ดีใจจังเลยค่ะที่หยิบน้องนายน์มาเล่นด้วย
แนวการสอนแปลกใหม่ น่าสนใจดีค่ะ ชอบจังเลย
ในส่วนของนายน์..คิดเหมือนคุณแม่น้ำตาลค่ะ
ว่าสามารถแบ๊วได้มากกว่านี้อีก
แล้วก็..นายน์ดูเรียบร้อยไปนิดนึงนะคะ
อยากให้ดูซนๆ แบ๊วๆ กว่านี้หน่อย

#7 By ๐Nine๐ on 2010-02-27 02:50

รับทราบค่ะ ครูเอม แต่ขอเวลาซักนิดนะคะ

ติดปัญหาอยู่หน่อยตรงที่ เพลงมันไม่มีท่อนฮุค =.=

big smile

#6 By _SoEl_ on 2010-02-23 19:30

สวัสดีค่ะ ผปค.ครูเอมอีกครั้งนะคะ หลังจากกลับไปนั่งพิจารณาและปรึกษาบางคนในคิวบิกแล้ว นี่เป็นความเห็นจากมุมมองของเราค่ะ (คนอื่นอาจเห็นต่างออกไปได้นะคะ)

ส่วนตัวแล้วเราคิดว่ายัง"เล่น" กับนักเรียนน้อยเกินไปค่ะ อยากให้ดึงเอาคาแรคเตอร์เด่นๆของนักเรียนแต่ละคนออกมามากกว่านี้ อยากให้สร้างสถานการณ์หรือบทสนทนาที่ทำให้คนอ่านรู้สึกว่าต้องเป็นเด็กคนนี้เท่านั้นถึงจะพูดแบบนี้ หรือทำแบบนี้ แบบที่ทำให้คนอ่านอ่านแล้วรู้สึกว่า อื้มมมม... อ่านดีบีเด็กมาอย่างละเอียด และดึงเอาคาแรคเตอร์มาใช้ได้เข้ากับสถานการณ์จริงๆ

เท่าที่อ่านดูตอนนี้ ยังรู้สึกว่าบทสนทนานั้นสามารถเอาเด็กคนไหนมาพูดก็ได้น่ะค่ะ เลยไม่รู้สึกว่าแสดงเอกลักษณ์ของนักเรียนเท่าไหร่

อีกอย่างหนึ่งก็คืออยากให้เล่นกับภาษาเยอรมันให้มากกว่านี้ค่ะ เหมือนเราไปแนะนำภาษาเยอรมันให้เด็กๆรู้จัก ลองหามุกที่จะเข้ากับบุคลิกของนักเรียนแต่ละคนก็ได้ค่ะ (เนื่องจากวิชาภาษาสเปนเป็นวิชาเลือกที่ต้องชักชวนให้เด็กเลือกมาลงเลยต้องมีการโฆษณาชวนเชื่อกันหน่อย แต่เยอรมันไม่แน่ใจว่าจะเปิดเป็นวิชาเลือกด้วยหรือไม่ เลยไม่แน่ใจว่าผปค.ครูเมย์ต้องการจะเน้นไปในด้านนี้หรือเปล่า)

อีกจุดหนึ่ง (แต่อันนี้ส่วนตัวจริงๆค่ะ) คือเรื่องเนื้อเพลง เราว่าลงเฉพาะท่อนฮุคเป็นภาษาเยอรมันเทียบกับอังกฤษบรรทัดต่อบรรทัดก็ได้นะคะ เราคิดว่ามันทำให้อ่านเรื่องได้เห็นภาพ ลื่นไหลขึ้นค่ะ

ไม่รู้ว่าผปค.ครูเมย์เกร็งเกินไปรึเปล่านะคะตอนที่เขียน ถ้าเป็นอย่างนั้นก็อยากให้ผ่อนคลาย เล่นกับตัวละครให้เต็มที่นะคะ ไม่ต้องกลัวว่ามันจะผิด แล้วจะโดนบอกว่าศึกษาดีบีเด็กมาไม่ดี การจะต้องเจาะเขียนคาแรคเตอร์ที่เราเพิ่งเข้ามาตามเรื่องราวทีหลัง และอาจไม่ได้อ่านทุกเอนทรีที่เกี่ยวกับตัวละครตัวนั้นถึงจะเป็นเรื่องยาก แต่เชื่อว่าไม่เกินความสามารถค่ะ แล้วคนอื่นๆจะคอยมาช่วยดูให้ ค่อยๆแก้ไขกันไป เพื่อที่เราจะได้มาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ด้วยกันนะคะ

ปล. บางตอนอาจใช้ภาษาวกวนไปบ้าง ถ้าสงสัยอะไรก็ถามได้นะคะ จะแวะเข้ามาดูบ่อยๆค่ะ...

#5 By irindel on 2010-02-21 22:12

ผปค.น้ำตาลค่ะ surprised smile


เป็นการพบกันครั้งแรกที่ตลกดีค่ะ ครูเมย์ต้องเกร็งมากๆจริงด้วย ลืมกระทั่งแนะนำตัวเอง big smile


รู้สึกชอบจริงๆค่ะ ที่ครูเมย์เอาภาษาและเสียงเพลงมาใช้ในการทดลองสอน แอบสงสัยจังค่ะว่าทำไมครูเมย์ถึงเลือกวิธีนี้มาใช้ในการสอนครั้งแรก แล้วก็ทำไมถึงเลือกเพลงนี้ embarrassed



ถ้าเป็นน้ำตาลคงจะชอบไม่แพ้ผปค.นี่แหละค่ะ อาจจะมาอ้อนให้ครูเมย์ร้องเพลงเยอรมันอื่นๆให้ฟังอีกภายหลังก็ได้ 55+



จริงๆน้ำตาลและหนูนายน์(คู่หูทวินเทลล์)สามารถบรรยายให้แบ๊วกว่านี้ได้อีกค่ะ เช่น ทำตาแป๋วแหวว เอียงคอถามอย่างสงสัย ฯลฯ


ในส่วนของน้ำตาล...รบกวนช่วยแก้บทสนทนานิดนึงค่ะ "ครูคะ" เป็น "คุณครูคะ" (กรณีนี้น้ำตาลไม่รู้ชื่อจริงของครูเมย์ แต่ถ้ารู้ชื่อเรียกครูเสาวคนธ์ค่ะ)


แหมๆ แบบนี้ภาษาเยอรมันก็คงเป็นอีกวิชานึงที่น้ำตาลเล็งๆไว้ในวิฃาเลือกเสรีในม.5สินะเนี่ย


ขอให้โชคดีนะคะ double wink

#4 By Adeya on 2010-02-20 20:07

ผปค.เจ้าช้างเย้ฮับ - - /

เท่าที่อ่านมา ด้วยความที่ไม่แม่นในรายละเอียดด้านคำพูดคำจาตามบุคลิกตัวละครเช่นกัน คงช่วยด้านนี้ไม่ได้ - -" แต่จุดนึงๆที่ติดใจจังๆเลยก็....

เลือดสูบฉีดจนสีแดงเริ่มลามจากใบหน้าขาวๆ มาถึงหู แม้ใบหน้านั้นยังคงนิ่งเฉยอยู่ แต่ก็ไม่อาจปกปิดความเขินอายนี้ได้

^
ตรงนี้เข้าใจว่าสื่อถึงครูกวีที่เงอะงะเดินล้มต่อหน้าครูเมย์ใช่มั้ยเอ่ย? ถ้าใช่งั้นอาจจะต้องแก้หน่อยนิ เพราะครูกวีผิวแทนน่อ ไม่ใช่คนผิวขาว พอเขียนว่าหน้าขาวๆเข้านี่ ตอนแรกเราอ่านแล้วสับสน นึกว่าครูเมย์เป็นคนล้มซะแทนแน่ะ (เพราะถ้าเทียบกันระหว่างสองคนนี้ ครูเมย์น่าจะเป็นฝ่ายขาวกว่า อ่านแล้วคิดไปคิดมาก็ว่ามันแหม่งๆ ครูเมย์ดูสปอร์ตจะตายไป ไม่น่าซุ่มซ่ามล้มง่ายๆนี่นา wink)

ถ้าจะเพิ่มคำวิเศษณ์เสริมลักษณะของสีหน้าครูกวีในขณะนั้น คิดว่าใช้คำอื่นน่าจะดีกว่า เพราะหน้าขาวๆนี่มันชวนสับสนอยู่นิ (อย่างน้อยก็สำหรับเรา ไม่รู้ว่า "ขาว" หมายถึงสีผิว หรือ "ขาว" แบบขาวซีดจากสภาวะทางอารมณ์บางอย่าง)


ขอให้โชคดีเช่นกันเน่อ~

#3 By Dark De is Saixmedrik on 2010-02-19 17:27

สวัสดีค่ะ ผปค.ครูเอมนะคะ แวะมาอ่านตั้งแต่กลางดึกเมื่อคืนแล้วล่ะค่ะ แต่ยังไม่มีเวลาพิมพ์ตอบคอมเมนต์ยาวๆ

อ่า... เสริมคำผิดอีกที่ค่ะ

"มือไม้สั่นเสียจนหน้ากลัว " --> น่ากลัว นะคะ

อ่านแล้วรู้สึกว่าครูเมย์ดูประหม่ากว่าที่เราคิดเอาไว้ซะอีกนะนี่ ตอนแรกเริ่มสับสน เอ๊ะ สอนดนตรีหรือสอนเยอรมันเนี่ย 555 พกกีต้าร์มาสอนเด็ก อ่านแล้วคิดถึง จูลี่ แอนดรูวส์ ใน มนต์รักเพลงสวรรค์ ขึ้นมาทันทีเลยค่ะ เป็นเทคนิคที่ทำให้นักเรียนไม่เครียดกับการเรียนมากเกินไป เป็นการเปิดตัวที่น่าประทับใจนะคะ

ตอนนี้ก็ขอคอมเมนต์เท่านี้ก่อน จริงๆแล้วมีอีกจุดหนึ่งที่อยากเขียนถึง แต่ไม่แน่ใจว่าตัวเองคิดมากไปคนเดียวหรือเปล่า คงต้องกลับไปถามคนอื่นๆดูก่อนว่าคิดแบบเดียวกับเรามั้ย

พยายามเข้านะคะ

#2 By irindel on 2010-02-19 16:07

"...และสะดุดขาตัวเองหกล้ม หลังจากก้าวไปไม่ถึงห้าเก้า" ก้าว(เดิน) นะครับ ไม่ใช่เก้า ^^"
"กับภาพครูหนุ่มที่ก้าวจากไปพร้อมกับใบหหน้าแดงจัด " ห เกินมา ตอนนี้เห็นที่ผิดอยู่เท่านี้ล่ะครับ

แทนที่จะส่งไนท์มาเรียน เอาตัว ผปค. ลงเลยจะดีกว่า (ฮืออออ ) ครูเมย์สอนได้ชิวดีมากเลยครับ คิดว่าน่าจะเหมาะกับไนท์ล่ะ

...ว่าแต่ ใครว่าภาษาเยอรมันเหมือนภาษาอังกฤษกันครับ จะเหมือนก็ตรงที่ฉุดเกรดผมร่วงกราวได้เหมือนกันเท่านั้นเอ๊งงงง

ขอให้โชคดีนะครับ ^^big smile

#1 By whitehamster (180.180.123.113) on 2010-02-19 15:50